วันอาทิตย์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2556

อธิบายคำสั่งต่อไปนี้
<?php
$sql ="select * from student order by id asc ";
$query=mysql_query($sql) or die(mysql_error());
$num=mysql_num_rows($query);
echo $num;
?>

บรรทัดที่ 2 $sql ="select * from student order by id asc "; (เลือกทุกฟิลด์จากเทเบิล student เรียงจาก id โดยเรียงจากน้อยไปมาก)
บรรทัดที่ 3 $query=mysql_query($sql) or die(mysql_error()); (ฟังก์ชันที่ใช้ประมวลผลคำสั่ง sql และตวรจสอบว่าถูกต้องหรือไม่)
บรรทัดที่ 4 $num=mysql_num_rows($query); (ประมวลโดยนับจำนวน record ว่ามีกี่record)
บรรทัดที่ 5echo $num; (แสดงค่าของตัวแปร num)

วันอังคารที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

PHP

<?php
$score=85;
if($score < 50){
echo 'grade0';
}else if($score < 56){
echo 'grade1';
}else if($score < 60){
echo 'grade1.5';
}else if($score < 66){
echo 'grade2';
}else if($score < 70){
echo 'grade2.5';
}else if($score < 76){
echo 'grade3';
}else if($score < 80){
echo 'grade3.5';
}else{echo 'grade4';}
?>

วันจันทร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2556

ขนมคริสต์มาส ขนมหวานวันร่าเริง

       วันคริสต์มาส ตามธรรมเนียมของคริสต์ศาสนิกชนนั้น เป็นเทศกาลที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการประสูติของพระเยซู และยังเป็นวันที่มีความหมายอย่างมากของชาวคริสต์ทั่วไป โดยจะมีการส่งบัตรอวยพร ให้ของขวัญแก่กันและกัน มีการประดับประดาตกแต่งบ้านเรือนอย่างสวยงาม
   
       สำหรับในช่วงเทศกาลรื่นเริงแบบนี้ สิ่งที่ขาดไม่ได้ในงานเลี้ยงสังสรรค์ก็คือ ขนมหวานแสนอร่อย ที่จะทำให้ช่วงเทศกาลนั้นมีสีสันมากยิ่งขึ้น “108 เคล็ดกิน” เลยรวบรวมเอาขนมในวันคริสต์มาสของชาติต่างๆ มาให้ได้ทำความรู้จักกัน เพื่อใครจะไปลองทำ หรือซื้อหามากินในวันคริสต์มาสของปีนี้
   
       เริ่มกันที่เค้กคริสต์มาสของชาวเยอรมัน Christstollen หรือ Stollen Cake ที่มีรูปร่างหน้าตาคล้ายกับเด็กทารกห่อหุ้มด้วยผ้า ซึ่งหมายถึงพระเยซูตอนประสูตินั่นเอง โดยเค้กชนิดนี้ เป็นเค้กผลไม้ ภายในเต็มไปด้วยไส้ผลไม้เชื่อม ผลไม้แห้ง และถั่วหลากชนิด ด้านนอกโรยด้วยน้ำตาลไอซิ่งสีขาวละเอียด
   
       Santa Claus Ginger Bread เป็นคุกกี้คริสต์มาส ที่ในยุคแรกๆ นั้นคือขนมปังขิงนั่นเอง โดยนิยมปั้นเป็นตุ๊กตาต่างๆ โดยเฉพาะรูปมนุษย์ขนมปังขิง มีส่วนผสมเป็นเครื่องเทศหลากหลายชนิด ทั้ง ขิงผง อบเชย พริกไทยดำ อัลมอนด์ และผลไม้แห้งต่างๆ
   
       Christmas Pudding ขนมชนิดนี้ แม้จะมีหน้าตาเหมือนฟรุ๊ตเค้กเนื้อฉ่ำ แต่วิธีการทำนั้นแตกต่างจากเค้กอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากใช้วิธีการนึ่งให้สุก แล้วเสิร์ฟร้อนๆ ให้คลายหนาว ส่วนฟรุ๊ตเค้กในช่วงคริสต์มาส หรือChristmas Fruit Cake นั้นก็มีวิธีทำแบบเค้กทั่วไปคืออบให้สุก ซึ่งขนมทั้งสองชนิดนี้จะเหมือนกันตรงที่ประกอบไปด้วยผลไม้แห้งหลากหลายชนิด
   
       Panettone Italian fruit bread ขนมวันคริสต์มาสของชาวอิตาเลียน เป็นขนมปังหวานทรงโดมสูงก้อนใหญ่ ผสมผลไม้เชื่อม ลูกเกด น้ำผึ้ง ส่วน Pashka เป็นขนมฉลองคริสต์มาสสไตล์รัสเซีย หน้าตาดูคล้ายพุดดิ้ง เพียงแต่ทำจากชีสเป็นชีสเค้ก
   
       สุดท้าย Christmas Log หรือ Buche de Noël เป็นเค้กรูปขอนไม้ของชาวฝรั่งเศสที่จะต้องกินกันทุกปีในวันคริสต์มาส เพราะถือเป็นเครื่องหมายของความโชคดีในปีหน้า มีทั้งแบบซุงท่อนเดียว และซุงที่วางเชื่อมกันเป็นรูปตัวที
   
       สำหรับเทศกาลคริสต์มาส และช่วงปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้ “108 เคล็ดกิน” ก็ขอให้ทุกคนมีความสุข สนุกสนาน และรื่นเริง ไปจนตลอดปีหน้าที่จะมาถึงด้วย

10 ขนมหวานชื่อก้องโลก

    ขนมหวานเป็นสิ่งที่ทุกคนยากจะปฎิเสธ แต่ละประเทศล้วนมีขนมหวานประจำชาติ มาดูกัน 10 ขนมหวานชื่อก้องโลก ที่ทุกคนควรรู้จัก เช่น แครมบรูเล่ ,นาโนโม บาร์, แอปเปิ้ล พาย , ข้าวเหนียวมะม่วง , แบล็คฟอเรสท์เค้ก, ฮาโล ฮาโล ,กุหลับ จามาน, กุหลับ จามาน , บาคลาวา , ทีรามิสุ

แครมบรูเล่ (Creme Brulee) ขนมหวานของประเทศฝรั่งเศสแครมบรูเล่ (Creme Brulee)
แม้ชื่อจะฟังดูแล้วฝรั่งเศสสุดๆ แต่อย่าเพิ่งด่วนตัดสินว่าเป็นเช่นนั้น เนื่องจากวิทยาลัยทรินิตี้ในเคมบริดจ์ได้อ้างว่าพวกเขาคือต้นตำรับผู้คิดค้น ขนมสูตรเด็ดนี้ในช่วงต้นศตวรรษที่ 1600 อย่างไรก็ตาม ถึงจะมีจุดกำเนิดจากอังกฤษ แต่เชื่อแน่ว่าคงไม่มีสถานที่ใดเหมาะแก่การทานคัสตาร์ดเย็นๆ โรยด้วยน้ำตาลไหม้ ได้เท่ากับใต้หอไอเฟลที่ประดับด้วยไฟสว่างไสวในยามค่ำคืนในกรุงปารีส
สูตร ครีมบูเล่
นาไนโม บาร์ (Nanaimo Bar) ขนมหวานของประเทศแคนาดานาไนโม บาร์ (Nanaimo Bars)
แคนาดาขึ้นชื่อเรื่องขนมหวาน ? ได้ยินแล้วไม่ต่างกับการพูดว่ากรุงเทพขึ้นชื่อเรื่องทะเลยังไงยังงั้น แต่กระนั้น ขนมรสเลิศดังกล่าวก็มีที่มาจากเกาะแวนคูเวอร์ในเมืองนาไนโม รัฐบริติชโคลัมเบีย โดยได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นจากฝีมือแม่บ้านท้องถิ่นซึ่งได้ส่งเจ้าขนมทรง จัตุรัสชิ้นนี้ไปประกวดในนิตยสารและคว้ารางวัลชนะเลิศมาได้ ปัจจุบัน เป็นที่ชื่นชอบของผู้คนในแถบอเมริกาเหนือ
แอปเปิ้ล พาย (Apple Pie) ขนมหวานของอเมริกาแอปเปิ้ล พาย (Apple Pie )
เช่นเคย แม้จะฟังดูเป็นอเมริกันจ๋า แต่จริงๆ แล้วมีต้นกำเนิดจากเมืองผู้ดี โดยได้รับการคิดค้นขึ้นเมื่อปี 1381 และปกติจะอบด้วยแป้งสองชั้น ในสมัยก่อน ตอนที่ชาวอังกฤษอพยพมาตั้งรกรากในอเมริกา พวกเขาได้นำเมล็ดแอปเปิลมาปลูกด้วย จึงทำให้มันมีความเกี่ยวพันกับวัฒนธรรมของชาวมะกัน แต่ไม่ว่าจะที่โรงแรมในลอนดอนหรือภัตตาคารในแอลเอ แอปเปิลพายก็เป็นที่ถูกอกถูกใจบรรดาลูกค้าเหมือนกันสูตรทำแอปเปิ้ล พาย (Apple Pie)
ข้าวเหนียวมะม่วง (Sticky rice and mango) ขนมหวานของไทยข้าวเหนียวมะม่วง ( Sticky rice and Mango )
ขนมหวานแบบไทยๆ ที่นำมะม่วงสุกเหลืองอร่ามมาทานคู่กับข้าวเหนียวมูนราดด้วยน้ำกะทิ ฟังแล้วชวนน้ำลายสอเป็นอย่างยิ่ง โดยได้รับความนิยมจากทั้งชาวสยามและชาวต่างชาติ ทั้งยังสามารถหาลิ้มลองได้ทั้งที่โรงแรม ห้างสรรพสินค้า ภัตตาคาร และร้านอาหารตามท้องถนนทั่วไป
สูตรทำข้าวเหนียวมะม่วง
แบล็คฟอเรสท์เค้ก (Blackforest Cake) ขนมหวานประจำเยอรมันแบล็คฟอเรสท์เค้ก ( BlackForest Cake )
ด้วยความมีชื่อเสียงในเรื่องชนิทเซล เบียร์ และเค้กรสชาติอร่อยมากมาย จึงไม่น่าแปลกใจที่เยอรมนีจะกลายเป็นสถานที่ดื่ม-กินยอดนิยมของเรา โดยเจ้าช็อกโกแลตเค้กที่ทับซ้อนหลายชั้นด้วยครีม เชอร์รี่ และบรั่นดีผลไม้นี้ถือกำเนิดขึ้นในช่วงต้นยุค 1900 ทางตอนใต้ของเยอรมนี (ภายหลังได้รับการปรุงแต่งให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นด้วยฝีมือของช่างทำเค้กในกรุง เบอร์ลิน) และทุกวันนี้เป็นทื่ชื่นชอบของคนทั่วโลก ซึ่งแน่นอนว่า นี่ก็เป็นหนึ่งในของโปรดของเราเช่นกัน
สูตรการทำ แบล็คฟอเรสท์เค้ก (BlackForest Cake)
ฮาโล ฮาโล (Halo Halo) ขนมหวานของฟิลิปปินส์ฮาโล ฮาโล ( Halo Halo)
จานเด็ดของชาวฟิลิปปินส์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไม่แพ้ไข่บาลุท แต่รับประกันได้ว่าไม่น่าสะอิดสะเอียน ทั้งนี้ ฮาโล ฮาโล ไม่มีสูตรการทำที่แน่นอน แต่ดูๆ ไปก็ไม่ต่างอะไรกับน้ำแข็งใสของบ้านเรา โดยนำน้ำแข็งบดมาเติมด้วยเครื่องเคียง เช่น ถั่วเขียว ลูกตาล ขนุน มะพร้าวอ่อน ไอศกรีม วุ้นมะพร้าว สับปะรด และอื่นๆ ก่อนจะปิดท้ายด้วยการราดนมข้นหวานและน้ำเชื่อม โดยสามารถหารับประทานได้ทุกที่ในกรุงมะนิลา
กุหลับ จามาน , กุหลาบ จามูน (Gulab Jamun) ขนมหวานของอินเดียกุหลับ จามาน ( Gulab Jamun)
ก้อนขนมปังหวานที่คงไม่ถูกปากฝรั่งตาน้ำ ข้าว แต่คอนเฟิร์มว่าอยู่ในรายชื่อขนมอันดับต้นๆ ของชาวอินเดีย และเมื่อมีคนกว่าพันล้านคนชื่นชอบ ก็ยากจะปฏิเสธได้ว่ามันไม่อร่อย ปกติแล้วมักทำขึ้นโดยใช้ครีมสองชั้นและราดด้วยน้ำเชื่อมเข้มข้น เป็นที่นิยมในอินเดีย ปากีสถาน เนปาล และประเทศในแถบเอเชียใต้
ไดฟุกุ (Daifuku) ขนมหวานของญี่ปุ่นไดฟุกุ ( Daifuku )
ขนมเจลลาตินทรงกลมจากแดนอาทิตย์อุทัยมักสอดไส้ไว้ด้วยถั่วแดงหวาน (และบางครั้งก็อาจเป็นแยมสตอเบอร์รี่) โรยด้วยแป้งบางๆ โดยสามารถหาซื้อมารับประทานได้ทั้งจากกรุงโตเกียว โอซาก้า เกียวโต นากาโนะ และทุกแห่งในญี่ปุ่นสูตรทำไดฟุกุ (Daifuku)
บาคลาวา (Baklava) ขนมหวานของตุรกีบาคลาวา ( Baklava)
ประวัติที่แท้จริงของบาคลาวายากที่จะระบุ ให้แน่ชัด เพราะว่ากันว่ามันมีต้นกำเนิดจาก จักรวรรดิอ็อตโตมัน ดินแดนเมโสโปเตเมีย และอาหรับ โดยขนมหวานชนิดนี้ทำขึ้นจากการนำแป้งฟิลโลมาสอดไส้ไว้ด้วยถั่ว น้ำผึ้ง หรือน้ำเชื่อม หากต้องการลิ้มลองรสชาติแบบต้นตำรับก็ต้องไปรับประทานถึงถิ่นที่อ้างว่าเป็น จุดกำเนิด ทั้งกรุงอิสตันบูล กรุงเอเธนส์ และกรุงเบรุต แม้แต่ละที่อาจจะมีรสแตกต่างกันไปบ้าง แต่ก็ยังการันตีได้ถึงความเอร็ดอร่อย
ทีรามิสุ (Tiramisu) ขนมหวานของอิตาลีทีรามิสุ ( Tiramisu )
เค้กชื่อดังของอิตาลีทำขึ้นจากเล ดี้ฟิงเกอร์ราดเอสเปรสโซ่ สอดไส้ด้วยมาสคาร์โปนชีสและซาบากลิออเน ลือกันว่าทีรามิสุมีจุดกำเนิดมาจากการที่แม่บ้านของทหารในสงครามโลกครั้งที่ สองทำเค้กให้สามีรับประทาน โดยเชื่อว่าส่วนผสมของคาเฟอีนกับน้ำตาลจะช่วยให้พวกเขามีพลังและแคล้วคลาด จากอันตราย ช่างโรแมนติคเสียนี่กะไร เหมาะจะเป็นของหวานรับวันวาเลนไทน์โดยแท้ประวัติของทีรามิสุ
สูตรทำทีรามิสุ (Tiramisu)
ขนมหวานวาเลนไทน์ฝีมือยอดเชฟ

ขนมหวานวาเลนไทน์ฝีมือยอดเชฟ

ช็อกโกแลตและดอกไม้ คือสัญลักษณ์ที่ควบคู่กันในวันแห่งความรัก โดยมีความขมของช็อกโกแลตเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงความรัก จนทำให้ขนมหวานที่ทำจากช็อกโกแลตได้รับความนิยมเป็นอันดับ 1 ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์

Pierre Herme: Coeur Ispahan
ขนมรูปหัวใจสุดหวาน ประกอบด้วยแผ่นบิสกิตมากาฮองรสกุหลาบรูปหัวใจ ปาดด้านในด้วยครีมรสกกุหลาบ โดยประกบผลราสพ์เบอร์รี่และลิ้นจี่เอาไว้ ซึ่งเชฟ Pierre Herme ได้สร้างสรรค์ขนมหวานนี้เพื่อพร้อมออกจำหน่ายในร้านของเขาทั้งในประเทศฝรั่งเศส อังกฤษ และญี่ปุ่น



Pierre Herme: Envie macarons
เปลี่ยนรูปแบบขนมวันวาเลนไทน์ ด้วยการหันมาใช้รสชาติหวานละมุนอย่างวานิลลา ในรูปแบบของขนมมากาฮอง ซึ่งใช้แป้งผสมรสผลแบล็กเคอร์เรน ผสานรสชาติให้กลมกล่อมเข้ากับเทศกาลแห่งความรัก



Pierre Herme: Coeur Desire

ขนม Shortbread สไตล์บริททานี่ โดยที่ข้างในสอดใส้ด้วยสตรอว์เบอร์รี่และกล้วย เติมความกรอบด้วยบิสกิตรสเลมอน และท้อปปิ้งด้านบนด้วยผลสตรอว์เบอร์รี่หรือราสพ์เบอร์รี่สด ตามฤดูกาล


Patrick Roger: Something a little naughty
Patrick Roger นักสร้างสรรค์ขนมช็อกโกแลตจากประเทศฝรั่งเศส มาพร้อมกับไอเดียวาบหวาม ด้วยการสร้างสรรค์ขนมขี้เล่น ประกอบไปด้วยแท่งช็อกโกแลตขม ที่มีรูปทรงคล้ายลำต้นมะพร้าว พร้อมขนมบอนบอนรสช็อกโกแลตขนาบข้าง ซึ่งร้านขายขนมของเชฟมากไอเดียคนนี้ พบได้ในประเทศฝรั่งเศส และเบลเยี่ยม



Dalloyau: Valentine & Valentin

ขนมหวานที่มาเป็นคู่ เหมาะสำหรับเทศกาลของคนมีคู่อย่างวาเลนไทน์เป็นอย่างมาก โดยขนมทั้ง 2 ชิ้นนี้ แบ่งเป็นขนมของฝ่ายชาย และขนมของฝ่ายหญิง ด้านฝ่ายหญิง จะมาพร้อมกับแป้ง Choux และราสพ์เบอร์รี่ เจือสีม่วงเล็กน้อยเพื่อความมีสีสันและสอดใส้ราสพ์เบอร์รี่ ส่วนฝ่ายชาย มาพร้อมกับแป้งรสคาราเมล สอดใส้รัมวานิลลา



Neuhaus

กล่องขนมรูปหัวใจที่รวบรวมเอาขนมช็อกโกแลตบอนบอนหลากหลายสไตล์เอาไว้ เป็นผลงานจาก Nauhaus ร้านช็อกโกแลตดั้งเดิมที่การันตีด้วยประสบการณ์กว่า 150 ปี



La Maison du Chocolat

ในปีนี้ ร้าน La Maison du Chocolat ได้เปิดตัวขนมในคอลเลคชั่นวาเลนไทน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเครื่องเทศของอินเดีย กัมพูชา และแอฟริกา โดยผสานเข้ากับผลไม้เช่น ผลเสาวรส เข้ากับรสวานิลลา

ขนมหวานขึ้นชื่อของแต่ละประเทศ

แบล็คฟอเรสท์เค้ก 

ด้วยความมีชื่อเสียงในเรื่องชนิทเซล เบียร์ และเค้กรสชาติอร่อยมากมาย จึงไม่น่าแปลกใจที่เยอรมนีจะกลายเป็นสถานที่ดื่ม-กินยอดนิยมของเรา โดยเจ้าช็อกโกแลตเค้กที่ทับซ้อนหลายชั้นด้วยครีม เชอร์รี่ และบรั่นดีผลไม้นี้ถือกำเนิดขึ้นในช่วงต้นยุค 1900 ทางตอนใต้ของเยอรมนี (ภายหลังได้รับการปรุงแต่งให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นด้วยฝีมือของช่างทำเค้กในกรุงเบอร์ลิน) และทุกวันนี้เป็นทื่ชื่นชอบของคนทั่วโลก ซึ่งแน่นอนว่า นี่ก็เป็นหนึ่งในของโปรดของเราเช่นกัน

ฮาโล ฮาโล
 (Halo Halo)

จานเด็ดของชาวฟิลิปปินส์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไม่แพ้ไข่บาลุท แต่รับประกันได้ว่าไม่น่าสะอิดสะเอียน ทั้งนี้ ฮาโล ฮาโล ไม่มีสูตรการทำที่แน่นอน แต่ดูๆ ไปก็ไม่ต่างอะไรกับน้ำแข็งใสของบ้านเรา โดยนำน้ำแข็งบดมาเติมด้วยเครื่องเคียง เช่น ถั่วเขียว ลูกตาล ขนุน มะพร้าวอ่อน ไอศกรีม วุ้นมะพร้าว สับปะรด และอื่นๆ ก่อนจะปิดท้ายด้วยการราดนมข้นหวานและน้ำเชื่อม โดยสามารถหารับประทานได้ทุกที่ในกรุงมะนิลา

ทีรามิสุ

เค้กชื่อดังของอิตาลีทำขึ้นจากเลดี้ฟิงเกอร์ราดเอสเปรสโซ่ สอดไส้ด้วยมาสคาร์โปนชีสและซาบากลิออเน       ลือกันว่าทีรามิสุมีจุดกำเนิดมาจากการที่แม่บ้านของทหารในสงครามโลกครั้งที่สองทำเค้กให้สามีรับประทาน โดยเชื่อว่าส่วนผสมของคาเฟอีนกับน้ำตาลจะช่วยให้พวกเขามีพลังและแคล้วคลาดจากอันตราย ช่างโรแมนติคเสียนี่กะไร เหมาะจะเป็นของหวานรับวันวาเลนไทน์โดยแท้

ข้าวเหนียวมะม่วง

ขนมหวานแบบไทยๆ ที่นำมะม่วงสุกเหลืองอร่ามมาทานคู่กับข้าวเหนียวมูนราดด้วยน้ำกะทิ ฟังแล้วชวนน้ำลายสอเป็นอย่างยิ่ง โดยได้รับความนิยมจากทั้งชาวสยามและชาวต่างชาติ ทั้งยังสามารถหาลิ้มลองได้ทั้งที่โรงแรม ห้างสรรพสินค้า ภัตตาคาร และร้านอาหารตามท้องถนนทั่วไป

แครมบรูเล่
 (Crème Brulee)

แม้ชื่อจะฟังดูแล้วฝรั่งเศสสุดๆ  แต่อย่าเพิ่งด่วนตัดสินว่าเป็นเช่นนั้น เนื่องจากวิทยาลัยทรินิตี้ในเคมบริดจ์ได้อ้างว่าพวกเขาคือต้นตำรับผู้คิดค้นขนมสูตรเด็ดนี้ในช่วงต้นศตวรรษที่ 1600 อย่างไรก็ตาม ถึงจะมีจุดกำเนิดจากอังกฤษ แต่เชื่อแน่ว่าคงไม่มีสถานที่ใดเหมาะแก่การทานคัสตาร์ดเย็นๆ โรยด้วยน้ำตาลไหม้ ได้เท่ากับใต้หอไอเฟลที่ประดับด้วยไฟสว่างไสวในยามค่ำคืนในกรุงปารีส

แอปเปิล พาย

เช่นเคย แม้จะฟังดูเป็นอเมริกันจ๋า แต่จริงๆ แล้วมีต้นกำเนิดจากเมืองผู้ดี โดยได้รับการคิดค้นขึ้นเมื่อปี 1381 และปกติจะอบด้วยแป้งสองชั้น ในสมัยก่อน ตอนที่ชาวอังกฤษอพยพมาตั้งรกรากในอเมริกา พวกเขาได้นำเมล็ดแอปเปิลมาปลูกด้วย จึงทำให้มันมีความเกี่ยวพันกับวัฒนธรรมของชาวมะกัน แต่ไม่ว่าจะที่โรงแรมในลอนดอนหรือภัตตาคารในแอลเอ แอปเปิลพายก็เป็นที่ถูกอกถูกใจบรรดาลูกค้าเหมือนกัน



ไดฟุกุ

ขนมเจลลาตินทรงกลมจากแดนอาทิตย์อุทัยมักสอดไส้ไว้ด้วยถั่วแดงหวาน (และบางครั้งก็อาจเป็นแยมสตอเบอร์รี่) โรยด้วยแป้งบางๆ โดยสามารถหาซื้อมารับประทานได้ทั้งจากกรุงโตเกียว โอซาก้า เกียวโต นากาโนะ และทุกแห่งในญี่ปุ่น


นาไนโม บาร์ (Nanaimo Bars)
แคนาดาขึ้นชื่อเรื่องขนมหวาน
? ได้ยินแล้วไม่ต่างกับการพูดว่ากรุงเทพขึ้นชื่อเรื่องทะเลยังไงยังงั้น แต่กระนั้น ขนมรสเลิศดังกล่าวก็มีที่มาจากเกาะแวนคูเวอร์ในเมืองนาไนโม รัฐบริติชโคลัมเบีย โดยได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นจากฝีมือแม่บ้านท้องถิ่นซึ่งได้ส่งเจ้าขนมทรงจัตุรัสชิ้นนี้ไปประกวดในนิตยสารและคว้ารางวัลชนะเลิศมาได้ ปัจจุบัน เป็นที่ชื่นชอบของผู้คนในแถบอเมริกาเหนือ

กุหลับ จามาน (Gulab Jamen)

ก้อนขนมปังหวานที่คงไม่ถูกปากฝรั่งตาน้ำข้าว แต่คอนเฟิร์มว่าอยู่ในรายชื่อขนมอันดับต้นๆ ของชาวอินเดีย และเมื่อมีคนกว่าพันล้านคนชื่นชอบ ก็ยากจะปฏิเสธได้ว่ามันไม่อร่อย ปกติแล้วมักทำขึ้นโดยใช้ครีมสองชั้นและราด้วยน้ำเชื่อมเข้มข้น เป็นที่นิยมในอินเดีย ปากีสถาน เนปาล และประเทศในแถบเอเชียใต้
















บาคลาวา (Baklava)
ประวัติที่แท้จริงของบาคลาวายากที่จะระบุให้แน่ชัดเพราะว่ากันว่ามันมีต้นกำเนิดจากจักรวรรดิอ็อตโตมัน ดินแดนเมโสโปเตเมีย และอาหรับ โดยขนมหวานชนิดนี้ทำขึ้นจากการนำแป้งฟิลโลมาสอดไส้ไว้ด้วยถั่ว น้ำผึ้ง หรือน้ำเชื่อม หากต้องการลิ้มลองรสชาติแบบต้นตำรับก็ต้องไปรับประทานถึงถิ่นที่อ้างว่าเป็นจุดกำเนิด   ทั้งกรุงอิสตันบูล กรุงเอเธนส์ และกรุงเบรุต แม้แต่ละที่อาจจะมีรสแตกต่างกันไปบ้าง แต่ก็ยังการันตีได้ถึงความเอร็ดอร่อย



1. Control a Line in 3-D with just your mouse 
เส้นสาย 3 มิติ ที่ให้ผู้ใช้งานสามารถบังคับทิศทางที่แสนจะวนเวียนของมันได้ด้วยเม้าส์คอมพิวเตอร์
3-D with just your mouse
2. Is your computer on? 
คอมพิวเตอร์ของคุณเปิดอยู่หรือเปล่า ? เป็นเว็บไซต์แปลกๆ กวนๆ ที่สร้างขึ้นมาเพื่อ…อะไร? ฮ่าๆ เพราะตราบใดที่คุณใช้คอมพิวเตอร์ของคุณเปิดเว็บไซต์นี้ได้ นั่นต้องหมายความว่าคอมพิวเตอร์คุณต้องเปิดอยู่แล้ว!
002
3. SleepingTime 
มาดูกันว่าเพื่อนคุณในทวิตเตอร์นอนกันกี่โมง ? เพียงแค่เชื่อมต่อทวิตเตอร์ของคุณกับเว็บไซต์ แล้วใส่ชื่อ Username ทวิตเตอร์ของเพื่อนที่คุณต้องการเช็คได้เลย
SleepingTime
4. ProCatinator 
เว็บไซต์ที่มีแค่ภาพ GIF แมว แมว และแมว พร้อมกับเพลงประกอบ
04
5. 7billionworld 
เว็บไซต์ที่แสดงจำนวนคนที่มีชีวิตอยู่บนโลก แบบ One by one เมื่อเข้าไปจะพบกับคำอธิบายสัญลักษณ์แต่ละสี ของแต่ละทวีป ที่เจ๋งคือการแสดง 1 สัญลักษณ์แทน 1 คน จึงเห็นได้ว่าสัญลักษณ์แต่ละสีมีจำนวนมาก และเมื่อรวมสัญลักษณ์ทั้งหมดจึงมีมากถึงประมาณ เจ็ดพันล้านคน
05
6. flightradar24
เว็บไซต์ที่แสดงรายละเอียดของเครื่องบินแต่ละลำที่กำลังบินอยู่ในขณะนี้
flightradar24
7. Pointerpointer
มีคนกำลังชี้ไปที่เม้าส์ของคุณ! วิธีการเล่นก็แค่นำ Cursor ของคุณไปวางไว้ในกรอบสีเหลี่ยมกลางจอ แล้วค้างรอไว้ ระบบจะแสดงภาพที่มีคนกำลังชี้ไปที่เม้าส์ของคุณอยู่ !
07
8. Nohomophobes 
เว็บไซต์แสดงจำนวนสิ่งที่คนกำลังพูดถึงบนทวิตเตอร์ ณ ขณะนั้นๆ แบบ Real time
08
9. The Metropolitan Museum Of Art
ชมพิพิธภัณฑ์แบบออนไลน์
09\
 
 
 
เลือกทรงผมอย่างไร ให้เข้ากับบุคลิกของคุณ



1. สาวง่าย ๆ สบาย ๆ คนง่าย ๆ สบาย ๆ ไม่จู้จี้ไม่เรื่องมาก แต่รับมือกับปัญหาต่าง ๆ ได้ดี ไม่ค่อยจะมีบุคลิกชอบม้วนผมตัวเองเล่นเพราะกำลังเหม่อลอยใช้ความคิดสักเท่าไหร่ ทรงผมที่เข้ากับสาวง่าย ๆ สบาย ๆ อย่างนี้ ควรจะเป็นทรงที่สระง่าย แห้งไว ไม่ต้องแต่งผมมากมาย สาวผมตรง ลองตัดผมสั้นยาวประมาณประบ่า สไลด์ปลายผมนิด ๆ ทรงนี้สระง่าย ปล่อยแห้งเองก็ได้ หรือใช้ไดร์เป่าผม เป่าเซ็ตให้ปลายงุ้ม เข้าหน่อยก็สวยดี ส่วนสาวที่ผมหยิกหรือเป็นคลื่นเล็ก ๆ ที่ดูแลค่อนข้างยาก ลองตัดสั้นให้เฉี่ยวเก๋ไปเลย ทั้งสั้น ทั้งมั่น ทั้งน่ารักเลยล่ะ


2. สาวมั่น อารมณ์ศิลปิน ขอบอกว่าช่างตัดผมชอบนักแหละกับสาว ๆ ประเภทนี้ เพราะว่าพวกเธอมั่นใจเกินร้อย รักศิลปะเป็นที่สุด ทำให้บรรดาช่างตัดผม และแฮร์สไตล์ลิสต์ สามารถยืมเรือนผมของเธอเป็นผ้าใบแสดงฝีมือได้ ไม่ว่าจะสไลด์ไล่ระดับลงมาเป็นชั้น หรือทำสีผมสีสดเจ็บจี๊ด ชนิดที่เดินเข้าห้องมาแล้วใคร ๆ ก็ต้องหันไปมอง เข้ากับบุคลิกของสาวแบบนี้ดีจัง




3. สาวเซ็กซี่ ร้อนแรง ความเซ็กซี่มักจะเกี่ยวเนื่องกับความยาวของเส้นผมด้วย สาว ๆ ที่ได้ชื่อว่าเซ็กซี่ส่วนใหญ่ก็มักจะผมยาว หากคุณคิดว่าตัวเองเซ็กซี่มีเสน่ห์ร้อนแรงแล้วล่ะก็ ผมยาวดัดลอนคลาย ๆ ดูเข้ากับคุณที่สุดเลยล่ะ แต่ว่าถ้าตอนนี้ผมอยากสั้นอยู่และอยากให้ยาวทันใจ การต่อผมสามารถช่วยคุณได้ ระหว่างต่อผมและรอให้ผมยาวไปด้วย ก็อย่าลืมบำรุงเส้นผมให้แข็งแรงสุขภาพดี รวมทั้งเก็บอุปกรณ์ทำผมที่ให้ความร้อนไว้ไกล ๆ มือด้วยล่ะ


4. สาวนักทำงานมืออาชีพ เวิร์กกิ้ง วูแมน ระดับโปรเฟสชั่นนอล ต้องเป็นทรงผมที่สวยได้โดยไม่ต้องใช้เวลาทำผมเยอะ (มัวแต่ทำผม เดี๋ยวก็ไม่ได้ทำงานพอดี) เอาแบบที่แต่งแวกซ์นิด ๆ ฉีดสเปรย์หน่อย ๆ ก็สวยพร้อมไปทำงาน ลองผมสไลด์ไล่ระดับยาวเลยบ่า ส่วนผมด้านหน้าให้ไว้ยาวประมาณไหล่ และออกไปทำงานสวย ๆ ด้วยการมัดผมหางม้า ส่วนผมด้านหน้าปล่อยไว้ และม้วนปลายด้วยแกนม้วนผมไฟฟ้าสักนิด เริ่ดอะ !


ประโยชน์และความสำคัญของการนอนหลับ
นางสาวพัชราพร ธรรมจุฒา : เรียบเรียง
ผู้คนในสมัยนี้ต่างทำงานกันมากขึ้น บางคนก็ทำงานในตอนกลางคืน บางคนก็เลิกงานจนดึก หรือแม้แต่นักเรียนที่ต้องทำการบ้านและทบทวนบทเรียน จึงทำให้คนในปัจจุบันมีเวลาในการพักผ่อนน้อยลงมาก คนส่วนใหญ่ในตอนนี้ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการพักผ่อน มักคิดว่าการพักผ่อนคือการดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม เล่นFacebook แต่ที่จริงแล้วร่างกายของเราต้องการการนอนหลับที่เพียงพอ แล้วคุณรู้หรือไม่ว่าการนอนหลับพักผ่อนนั้นมีความสำคัญต่อร่างกายมนาย์เราอย่างไร
โดยปกติ คนส่วนใหญ่ไม่ให้ความสำคัญกับการนอนเท่าที่ควร ด้วยแนวความคิดสมัยใหม่ที่คนเราจะใช้เวลาไป กับสิ่งที่มีความจำเป็นเท่านั้น อาจหมายถึงสิ่งที่จับต้องได้ในเวลาที่ตื่น เช่น ทำงาน อ่านหนังสือ เล่นกีฬาหรือกิจกรรมต่างๆนานาที่อ้างว่าเป็นการพักผ่อน โดยที่ทัศนคติเหล่านี้สวนทางกับกระแสรักสุขภาพในปัจจุบันและความจริงที่ถูกต้องทางวิทยาศาสตร์
แม้ว่าคนเราต้องนอนพักผ่อนให้เพียงพอในอัตราที่คงที่ แต่ใช่ว่าร่างกายของคนเราทุกคนจะเหมือนกัน ความแตกต่างทางด้านพันธุกรรม เพศและวัยมีผลต่อความจำเป็นในการนอนของคนเราแทบทั้งสิ้น คนที่มีร่างกายแข็งแรงและมีสุขภาพที่สมบูรณ์พร้อมอาจต้องนอนพักผ่อนเพียงแค่วันละ 5 ชั่วโมง ในขณะที่บางคนอาจต้องใช้เวลาในการนอนขั้นต่ำ 8-9 ชั่วโมง ซึ่งหากไม่เพียงพอเราจะสังเกตได้ในวันถัดมา โดยมีอาการดังต่อไปนี้
                1. มีอาการง่วงนอนหรือซึมเซาตลอดทั้งวัน
                              2. อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่ายโดยไม่มีเหตุผล
                              3. อาจมีอาการหลับในขณะที่ตื่นโดยไม่รู้ตัว
                              4. หลับในทันทีหลังจากนอน
                อาการเหล่านี้เกิดจากการอดนอนที่นอกจากจะส่งผลในวันถัดไปแล้ว หากทำติดต่อกันจนกลายเป็นกิจวัตรประจำวันร่างกายจะปรับให้ชินกับสภาวะนั้นและส่งผลเสียในระยะยาว ระบบภายในร่างกายจะแปรปรวนและสูญเสียสมดุล โดยเฉพาะระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ตามที่ แครอล อีเวอร์สัน นักจิตวิทยาสังคมที่มหาวิทยาลัยแห่งเทนเนสซี ได้ค้นพบสัญญาแสดงว่า การ อดนอนทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานหนักขึ้นในช่วงแรก ๆ โลหิตจะมีเม็ดโลหิตขาวเพิ่มขึ้นและมันก็สลายตัวในเวลาต่อมา ทำให้ความสามารถในการต้านทานแบคทีเรียและเชื้อไวรัสของร่างกายเราเสียไป
ร่างกายของคนเรามีกลไกการทำงานที่ซับซ้อน จึงต้องการการนอนหลับพักผ่อนเพื่อให้ระบบภายในได้พักฟื้นและเตรียมพร้อมสำหรับการทำงานในวันถัดไป เปรียบเหมือนเครื่องจักรที่ต้องหยุดพักและซ่อมแซมส่วนที่เสียหายเพื่อให้สามารถทำงานให้ดีขึ้น เพราะคนเราไม่สามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง ดังที่แฮโรลด์ แซบปีลิน อาจารย์พิเศษสาขาจิตวิทยาของมหาวิทยาลัยแห่งมิชิแกนบอกว่าการนอนหลับเป็นการบังคับของร่างกายเพื่อการประหยัดพลังงาน นั่นคือธรรมชาติบังคับให้คนเราพักผ่อนในแต่ละวันให้เพียงพอ
ประโยชน์ของการนอน คือ การนอนสามารถช่วยลดอุณหภูมิของร่างกาย โดยมีสมองส่วนหนึ่งจะทำหน้าที่สั่งการให้เราหลับเมื่อระดับอุณหภูมิในร่างกายสูงเกินควร นอกจากก่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายแล้ว การนอนหลับยังสามารถส่งผลดีต่อสมองอีกด้วย เนื่องจากสมองเป็นอวัยวะชิ้นสำคัญของ ซึ่งหากเรานอนหลับให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ระบบจัดเก็บความทรงจำหรือระบบประสาทจะถูกพัฒนาให้มีประสิทธิภาพให้มากยิ่งขึ้น
ประโยชน์ของการนอนหลับมีมากมาย แม้ว่าในปัจจุบันผู้คนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะในวัยเรียนและวัยทำงานต่างละเลยถึงความสำคัญของการนอน อันเกิดจากการบีบบังคับด้วยเงื่อนไขของเวลาและค่านิยมที่ไม่ถูกต้อง แต่หากรู้จักการเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างถูกวิธี เล็งเห็นถึงข้อดีของการนอนหลับทีมีความเกี่ยวพันกับชีวิตคนเรา เชื่อว่าการดำเนินชีวิตไปอย่างมีความสุขพร้อมด้วยสุขภาพที่ดีของร่างกายและจิตใจคงจะเป็นความฝันที่ไม่ไกลเกินความจริง

วันจันทร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2556

เด็กๆ กับโทรทัศน์


          เด็ก ๆ เริ่มรู้จักดูโทรทัศน์ตั้งแต่พวกเขายังไม่สามารถแยกแยะว่ารายการใดที่มี ความเหมาะสมกับวัย ซึ่งส่งผลกระทบที่สำคัญต่อพวกเขา การดูโทรทัศน์อาจช่วยให้เด็ก ๆ ได้รับความรู้ใหม่ ๆ และรู้จักวิธีการแก้ปัญหา แต่ความจริงไม่เป็นเช่นนั้นเพราะกลับกลายเป็นว่าโทรทัศน์ส่งผลด้านลบกับเด็ก ทาให้เด็กมีเวลาทาการบ้านน้อยลง ทักษะการเรียนรู้ถดถอย และนาเสนอโลกที่ไม่เป็นจริงและมีบทบาทต่อความรุนแรง

           เวลากับการดูโทรทัศน์ การดูโทรทัศน์สร้างความบันเทิงตั้งแต่ยังเยาว์วัยเพียงเพื่อให้สามารถนอนหลับได้ เด็ก ๆ จะเริ่มต้นดูโทรทัศน์เมื่ออายุได้ 2 ขวบครึ่ง มีการประมาณการกันว่าเด็กวัยอนุบาลจะดูโทรทัศน์ 27-28 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เด็กอายุ 6-11 ปี จะใช้เวลาดูโทร-ทัศน์ 23-24 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และช่วงวัยรุ่นจะดูโทรทัศน์ 21-22 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เมื่อคำนวณเวลาในการดูโทรทัศน์จนจบการศึกษามัธยมปลายพบว่า เด็กจะใช้เวลาในการดูโทรทัศน์ทั้งหมด 15,000-18,000 ชั่วโมง (เปรียบเทียบกับเวลาในการเรียนหนังสือคือ 12,000 ชั่วโมง) เวลาในการดูโทรทัศน์ของเด็กแต่ละคนขึ้นอยู่กับครอบครัวด้วย บางครอบครัวไม่มีโทรทัศน์ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นน้อยมาก แต่บางครอบครัวเปิดโทรทัศน์ทิ้งไว้ตลอดเวลา จานวนชั่วโมงที่เพิ่มขึ้นในการดูโทรทัศน์ของเด็ก ๆ เกี่ยวโยงอย่างสัมพันธ์กันกับความยากจน และความตึงเครียดของครอบครัว พ่อแม่ที่มีการศึกษาน้อยจะทาให้เด็กใช้เวลาในการดูโทรทัศน์มากขึ้น

        โทรทัศน์กับพัฒนาการของกระบวนการรับรู้ การดูโทรทัศน์อย่างไม่เหมาะสมอาจส่งผลด้านลบต่อพัฒนาการการเรียนรู้และการรับรู้ของเด็ก การจากัดเวลาในการดูโทร-ทัศน์สามารถทาให้เด็ก ๆ มีปฏิสัมพันธ์กับเด็กคนอื่น มีโอกาสที่จะใช้จินตนาการของตนเองในการสร้างสรรค์การเล่นและให้เวลากับการอ่านและทักษะด้านอื่น ๆ การดูโทรทัศน์สัมพันธ์กันกับการใช้เวลาที่ลดน้อยลงในการทาการบ้านและกิจกรรมสำคัญต่าง ๆ ที่ทาให้ประสบผลสำเร็จด้านการเรียน การดูโทรทัศน์ดึก ๆ ขัดขวางเวลาในการนอนของเด็ก ทาให้เด็กอ่อนล้าและไม่ตั้งใจเรียนในวันรุ่งขึ้น การดูโทรทัศน์มากเกินไปส่งผลสัมพันธ์ต่อผลการเรียนที่ตกต่ำ และมาตรฐานในการอ่าน การเขียนพรรณนา และคณิตศาสตร์ต่ำกว่าเกณฑ์ การดูโทรทัศน์อย่างเหมาะสมอาจส่งผลด้านบวกต่อพัฒนาการการรับรู้และผลการเรียน เด็ก ๆ ได้เรียนรู้เหตุการณ์ปัจจุบัน การเมือง วิทยาศาสตร์ ดนตรี ศิลปะ และวรรณคดีจากโทรทัศน์ รายการโทรทัศน์ของอเมริกา เช่น "เซซามิ สตรีท" และ "อิเลคทริค คอมพานี" เป็นตัวอย่างรายการโทรทัศน์ที่ดีซึ่งเป็นสื่อกลางให้กับการเรียนการสอนเกี่ยวกับทักษะการอ่านในโรงเรียน

        โทรทัศน์กับจินตนิยาย เด็ก ๆ ที่อายุต่ำกว่า 5 ขวบเป็นวัยที่อยู่ในโลกแห่งความเพ้อฝัน และพวกเขาจะรับรู้ภาพจากโทรทัศน์ว่าเป็นเรื่องจริง เด็ก ๆ ที่อายุต่ำกว่า 10 ขวบ ยังไม่รู้จักเหตุผลเหมือนกับผู้ใหญ่ จึงยากที่พวกเขาจะทาความเข้าใจกับรายการส่วนมากในโทรทัศน์ รายการโทรทัศน์ส่วนมากจะนาเสนอวิธีการแก้ปัญหาที่ไม่เป็นจริงหรือข้อยุติที่มีความขัดแย้งในตัวเอง และบ่อยครั้งที่นาเสนอโลกที่บิดเบือนจากความเป็นจริง

        การโฆษณาในโทรทัศน์ เด็ก ๆ มีอิทธิพลมากต่อการซื้อสินค้าเช่น อาหารเช้าซีเรียล ขนมและของเล่น แต่ละปีนักลงทุนใช้เงินจานวนหลายล้านดอลล่าร์ในการสร้างอิทธิพลต่อเด็ก ๆ หรือผู้ปกครองให้ซื้อสินค้านั้น ๆ เป็นประจา ส่วนมากสินค้าที่ขายดีจะมีการโฆษณาบนโทรทัศน์ บ่อย ครั้งที่เด็ก ๆ จะจาไม่ได้ว่าสินค้าที่โฆษณาในโทรทัศน์มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร แต่เกิดความอยากได้ในสินค้านั้น ๆ จากกรณีศึกษาชิ้นหนึ่งพบว่า เด็กนักเรียนชั้น ป.5 และ ป.6 สามารถจาข้อมูลที่โฆษณาได้ 70% จากการดูโฆษณาสินค้าจานวน 781 ชิ้น เด็กจานวน 45% และผู้ปกครองจานวน 55% ได้ใช้สินค้าที่มีการโฆษณา จากการศึกษาพบว่า 47% ของเด็ก 208 คน เชื่อว่าสิ่งที่เห็นทั้งหมดคือเรื่องจริง ความกังวลในสังคมเริ่มมีการมากขึ้นต่อการโฆษณาในโทรทัศน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโฆษณาที่ล่อแหลมและไวต่อกลุ่มอายุของเด็ก สถาบันเวชกุมารประเทศสหรัฐอเมริกาและสถาบันอายุรแพทย์กับครอบครัวประเทศ สหรัฐอเมริกาต่อต้านอย่างเข้มแข็งต่อการโฆษณาที่มีผลโดยตรงกับเด็ก ๆ

        โทรทัศน์กับการดื่มเครื่องดื่มอัลกอฮอล์ รายการโทรทัศน์กับโฆษณาถ่ายทอดข้อมูลทั้งเป็นนัยและโจ่งแจ้งเกี่ยวกับการ ดื่มอัลกอฮอล์ ตัวละครในรายการโทรทัศน์มักจะแสดงให้เห็นการดื่มเครื่องดื่มอัลกอฮอล์ มีความสัมพันธ์อย่างชัดเจนระหว่างโฆษณาสินค้าเครื่องดื่มอัลกอฮอล์ บุหรี่ และการเพิ่มจานวนผู้บริโภค สถาบันเวชกุมารประเทศสหรัฐอเมริกาและสถาบันอายุรแพทย์กับครอบครัวประเทศ สหรัฐอเมริกาต่อต้านอย่างเข้มแข็งต่อการโฆษณาสินค้าบุหรี่และเครื่อง ดื่มอัลกอฮอล์

        โทรทัศน์กับเรื่องเซ็กส์ การแสดงบทบาทเกี่ยวกับเรื่องเซ็กส์มักก่อให้เกิดความเข้าใจที่ผิด ตัวละครที่แสดงเกี่ยวกับเรื่องเซ็กส์ทาให้เกิดความสัมพันธ์ในการพัฒนาให้ เป็นเรื่องปกติและรวดเร็ว การมีเพศสัมพันธ์ก่อนแต่งแสดงให้เห็นว่าเป็นเรื่องปกติ ภาพและเหตุการณ์ที่แสดงเกี่ยวกับเรื่องเซ็กส์อย่างโจ่งแจ้งเป็นเรื่องที่ เกิดขึ้นในโทรทัศน์บ่อยขึ้น และอาจก่อให้เกิดความหวั่นไหวด้านอารมณ์กับวัยรุ่น ความสัมพันธ์ระหว่างการดูโทรทัศน์และการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นเห็นได้อย่าง ชัดเจน

        โทรทัศน์กับความรุนแรง ความรุนแรงที่แสดงในโทรทัศน์มักชี้ให้เห็นว่าเป็นวิธีที่ยอมรับได้และเกิด ประสิทธิผลในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง การใช้ความรุนแรงอาจปรากฏให้เห็นว่าเป็นเรื่องที่ยุติธรรมเพราะตัวละครที่ เป็นตัวธรรมะจะต้องชนะฝ่ายอธรรม นอกจากนี้ผลที่ตามมาจากความรุนแรงมักจะเป็นเรื่องที่เหนือจริง โดยเฉพาะตัวการ์ตูนซึ่งไม่มีวันตาย

        การให้คาปรึกษาของพ่อแม่ การแนะแนวทางล่วงหน้าอาจเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งในการดูแลสุขภาพด้านกุมารเวชอย่างสม่ำเสมอ จิตแพทย์ด้านครอบครัวควรให้คาแนะนาผลกระทบทั้งด้านบวกและลบ จานวนเวลา และเนื้อหาที่เหมาะสมให้กับผู้ปกครองและเด็กในการดูโทรทัศน์ คาแนะนาดังต่อไปนี้อาจเป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง

1. ผู้ปกครองควรกำหนดเวลาในการดูโทรทัศน์ของเด็ก ๆ อย่างมาก 1 ถึง 2 ชั่วโมงต่อวัน การดูโทรทัศน์ไม่ควรขัดขวางต่อการเรียน เพื่อน ๆ ครอบครัวหรือกิจกรรมที่สำคัญต่าง ๆ ผู้ปกครองควรเป็นตัวอย่างที่ดีในการดูและเลือกเนื้อหาของรายการโทรทัศน์

2. พ่อแม่ไม่ควรใช้โทรทัศน์เป็นเครื่องมือในการให้รางวัลหรือลงโทษกับเด็ก ๆ เพราะเป็นการเน้นให้เห็นความสำคัญของการดูโทรทัศน์มากเกินไป
3. ไม่ควรใช้โทรทัศน์เป็นพี่เลี้ยงเด็ก ทางเลือกแทนการดูโทรทัศน์ควรเป็นการกระตุ้นเกี่ยวกับการออกกาลังกาย การอ่าน การเขียน และสื่อด้านการศึกษา

4. ควรส่งเสริมให้มีการดูโทรทัศน์ระหว่างผู้ปกครองและเด็ก การดูโทรทัศน์ร่วมกันเปิดโอกาสให้ผู้ปกครองได้พูดคุยเนื้อหาของรายการและโฆษณากับเด็ก ๆ ช่วยให้เด็ก ๆสามารถแยกแยะ ระหว่างเรื่องจริงและไม่จริง ชี้แจงเรื่องที่บิดเบือนและส่งเสริมประสบการณ์เชิงบวกในการดูโทรทัศน์

5. ผู้ปกครองควรตรวจสอบรายการโทรทัศน์ที่เด็ก ๆ ดู ผู้ปกครองอาจใช้โทรทัศน์เป็นแนวทางในการตัดสินใจว่ารายการใดเหมาะสมกับเด็ก การดูรายการนั้น ๆ ก่อนที่จะให้เด็กดูจะช่วยให้ ผู้ปกครองพิจารณาความเหมาะสมของเนื้อหาได้ การล๊อคบางช่องของสถานีอาจช่วยป้องกันรายการที่ไม่เหมาะสมสาหรับเด็ก ๆ

วันจันทร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ผลดีจาการลดน้ำหนัก
 
           การลดน้ำหนักจะมีผลดีต่อสุขภาพทั้งปัจจุบันและอนาคตระดับไขมัน ระดับน้ำตาล ระดับความดันจะลดลง
การลดน้ำหนักไม่จำเป็นต้องลดน้ำหนักลงจนปกติ น้ำหนักลดลงบางส่วนก็ก่อให้เกิดผลดีต่อสุขภาพโดยรวม
  1. ลดอาการของผู้ป่วยโรคอ้วน เมื่อน้ำหนักลดคนอ้วนจะรู้สึกแข็งแรงขึ้น แจ่มใสขึ้น อาการเหนื่อยง่ายจะดีขึ้น อาการแน่นหน้าอกจากโรคหัวใจ ประจำเดือนผิดปกติก็ดีขึ้น
  2. คุณภาพชีวิตและความมั่นใจดีขึ้น หลังจากที่น้ำหนักลดลงผู้ป่วยจะมีความเชื่อมันในตัวเองมากขึ้น ไม่เหนื่อยง่ายสามารถออกกำลังกายได้ดีขึ้น
  3. สุขภาพในระยะยาวดีขึ้นเนื่องจากปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดลดลง
  4. อายุเฉลี่ยยาวขึ้นเนื่องจากตายจากโรคหัวใจและมะเร็งลดลง
อาการทีจะดีขึ้นเมื่อลดน้ำหนักได้ 5-10 กก
  • เหนื่อยง่าย
  • ปวดหลัง
  • ปวดข้อ ปวดเข่า
  • แน่นหน้าอกจากโรคหัวใจ
  • เหงื่อออก
  • หายใจไม่อิ่ม
  • นอนกรน
  • ความผิดปกติเกี่ยวกับประจำเดือน
  • กลั้นปัสสาวะไม่อยู่
  • เบาหวาน
       
       จะเห็นได้ว่าเมื่อเราลดน้ำหนักลงได้ระดับหนึ่งก็จะเกิดผลดีต่อสุขภาพแล้ว การมีสุขภาพที่ดีไม่จำเป็นต้องลดน้ำหนักจนกระทั่งน้ำหนักเข้าเกณฑ์ปกติขอเพียงลดลง 5-6 กิโลกรัมก็จะเกิดผลดีต่อสุขภาพ
ตารางแสดงผลดีของการลดน้ำหนักต่ออัตราการตายในผู้ป่วยโรคอ้วนที่ไม่มีโรค

ผลของการลดน้ำหนักต่ออัตราการตายในผู้ป่วยโรคอ้วนที่ไม่มีโรคแทรกซ้อน
  • ลดมากกว่า 5 กก.จะลดอัตราการเกิดโรคเบาหวานร้อยละ 50
  • ลดมากกว่า9 กก.จะลดอัตราการเกิดมะเร็งและโรคหัวใจร้อยละ25และลดอัตราการตายร้อยละ25
  • ผู้ป่วยโรคเบาหวานจะมีอายุเพิ่มขึ้น 3-4 เดือนทุกหนึ่งกิโลกรัมที่ลด

       สำหรับท่านที่อ้วนแล้วยังไม่มีโรคประจำตัว ท่านจะพบว่าเมื่อท่านลดน้ำหนักอัตราการเกิดโรคต่างๆก็จะลดลง
ตารางแสดงผลดีจากการลดน้ำหนักในผู้ป่วยโรคอ้วนที่มีโรค

ผลดีต่อสุขภาพเมื่อน้ำหนักลดลงประมาณ 1กิโลกรัม
  • ลดอัตราการตายร้อยละ20
  • ลดอัตราการตายจากมะเร็งร้อยละ37
  • ลดอัตราการเกิดมะเร็งร้อยละ53
  • ลดอัตราการตายจากโรคเบาหวานร้อยละ44
  • ลดอัตราการตายจากโรคหัวใจร้อยละ9

ผลการลดน้ำหนักต่อโรคของผู้ป่วย
  • ความดันโลหิตสูง มีหลักฐานยืนยันว่าการลดน้ำหนักจะลดความดันโลหิต
  • ระดับไขมันในเลือด พบว่าการออกกำลังจะลดระดับ triglyceride และเพิ่ม HDL ระดับ cholesterol และ LDL ลดไม่มาก
  • ระดับน้ำตาล การลดน้ำหนักจะทำให้ระดับน้ำตาลลดลง


วันจันทร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ความเครียด ด ด

อย่าปฏิเสธว่าไม่เคยเครียด อย่าเครียดจนทำลายตัวเอง เผลอตัวเครียดไปแล้วไม่สายที่จะหาวิธีกำจัดความเครียด แบบง่าย ๆ ทำเองได้ที่บ้านที่ทำงาน
เราต้องยอมรับกันว่าหาทางหลีกเลี่ยงความเครียดได้ยากจริง ๆ เครียดจากการงาน เครียดจากเศรษฐกิจ เครียดจากเรื่องส่วนตัว มีเรื่องให้เราได้เครียดเดินหน้าเข้าแถวมาเช็คชื่อได้ไม่ขาดสาย โชคดีของคนที่รู้จักปล่อยวาง หรือคนที่รู้วิธีรับมือกับความเครียดได้ดี แต่มีอีกมาก เรื่องการลดความเครียด ซึ่งก็คือการที่ไม่ได้ดังที่
ใจหวังไว้ หรือ การที่วิตกกังวลไปล่วงหน้ากับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น กลับเป็นเรื่องยากสำหรับผู้คนมากมายที่ไม่รู้จักปล่อยวางหรือไม่รู้จะหาวิธีรับมือกับมันได้อย่างไร

อย่าลืมนะว่า โรคร้ายต่าง ๆ ทุกวันนี้ที่คร่าและฆ่าชีวิตคนไปมากมายล้วนมีต้นเหตุมาจากความเครียดทั้งนั้น เรามาดู10 วิธีง่าย ๆ ในการรับมือกับความเครียดกันดีกว่า

1.เดิน เดิน และเดินผ่อนคลาย
เวลานั่งทำงานและจมอยู่กับความคิดวนไปวนมา นอกจากจะทำให้เสียสุขภาพจิตแล้ว ยังทำให้กล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ เครียดเกร็งโดยที่เราไม่ทันได้ระวัง เป็นต้นเหตุของการปวดเมื่อยเรื้อรังที่แก้ไม่หาย การแก้ความเครียดวิธีที่ง่ายและทำได้ทันทีก็คือลุกออกมาจากโต๊ะทำงานทันที เดิน และเดินเปลี่ยนอิริยาบท เป็นการคลายเครียดได้ง่ายและสะดวกมาก การเดินทำให้จิตใจคุณได้ออกจากเรื่องที่กำลังสนใจไปหาสิ่งอื่นชั่วขณะ และการเดินเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิคที่ปอดและหัวใจได้ประโยชน์อย่างเต็มที่

2. โทรหาเพื่อน
บางทีการนั่งคิดอะไรไม่ออกอยู่คนเดียว ยิ่งทำให้วนไปวนมาหาทางออกไม่เจอ หยุดเรื่องที่คุณกังวลไว้สักครู่ กดโทรศัพท์เม้าท์กับเพื่อนสัก 4-5 นาที ไม่ต้องมีอะไรเป็นเรื่องเป็นราวมากนัก เพราะเจตนาของเราเพื่อการผ่อนคลาย การได้ยินเสียงเพื่อนเราที่คุ้นเคยจะทำให้เราได้หลุดออกจากวงจรความเครียดได้ดี แต่ต้องเลือกเพื่อนก่อนที่จะโทรไปหานะ เพราะเพื่อนบางคนอาจทำให้คุณเครียดไปกับเขามากขึ้น หรือไม่ก็เพื่อนก็หาเรื่องเครียดมาให้คุณมากขึ้น
โทรไปเพื่อคุยเล่นสนุก หรือประหยัดก็หาเพื่อนร่วมงานคุยแทนก็ได้


3. เขียนระบายความเครียด
เป็นวิธีการที่ใช้ได้ผลมามากแล้วกับหลาย ๆ คน บางคนไม่ชอบปรับทุกข์เล่าเรื่องของตัวให้กับคนอื่น การปลดปล่อยที่ดีคือการเขียนมันออกมา คิดอะไรอยู่ อารมณ์ประมาณไหน บันทึกลงไปให้หมด สมุดบันทึกช่วยได้มาก เขียนแล้วลองปล่อยทิ้งไว้กลับมาอ่านทีหลัง บางทีคุณจะตกใจไปกับความคิดของคุณเอง ว่าทำไมฉันถึงเป็นไปได้ขนาดนั้น

4. หาเกมส์เด็ก ๆ เล่นผ่อนคลาย
ถ้าอยู่บ้านก็น่าจะง่ายที่จะหาเกมส์ของลูกออกมาผ่อนคลายชั่วขณะ เช่นเกมส์บันไดงู เกมส์เศรษฐี หรือพวกเกมส์ที่ไม่ได้เล่นกันแบบเอาเป็นเอาตาย แต่อย่าได้หันไปหาเกมส์คอมพิวเตอร์แบบเอาชนะกับเครื่อง แบบนั้นคุณคงได้เครียดจนเส้นโลหิตในสมองแตกแน่ ๆ

5. หลั่งเหงื่อลดเครียด
ไม่มีวิธีไหนที่ทำให้ความเครียดได้ออกไปอย่างหมดจดเท่ากับการได้ไปออกกำลังกายแบบได้เหงื่อท่วมตัว ลองเข็นตัวเองออกไปออกกำลังกายแบบได้เหงื่อ ยิ่งท่วมตัวยิ่งดี นึกภาพประกอบไปด้วยว่าเจ้าความเครียดที่สะสมอยู่ในตัวของเรากำลังไหลทิ้งไปพร้อมกับเหงื่อเม็ดโป้งที่ออกจากรูขุมขน ความเครียดทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนเครียด ทำให้ร่างกายอยู่ในสภาวะพร้อมจะสู้ เซลล์ถูกกระตุ้นด้วยฮอร์โมนแอดรีนาลิน ถ้าไม่ไปให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคลายเครียดด้วยการออกกำลังกาย รับรองว่าโรคร้ายต่าง ๆ ได้มาหาคุณก่อนแก่เป็นแน่

6. พลังแห่งการสัมผัส
หาใครสักคนช่วยโอบกอดหรือสัมผัสเบาๆ เพราะร่างกายคนเราเวลาถูกสัมผัส จะทำให้เกิด ฮอร์โมนที่ชื่อ "อ๊อกซี่โทชิน" ซึ่งมีผลในการลดระดับความเหนื่อยและความเครียด ช่วยให้ร่างกาย ที่กำลังอ่อนล้ารู้สึกผ่อนคลาย

7. นอนแช่น้ำพร้อมเทียนอโรม่า
จะไปผ่อนคลายแบบสปามืออาชีพ หรือทำเองที่บ้าน ไม่มีกติกาบังคับ แต่การได้ปลดปล่อยผ่อนคลายกล้ามเนื้อและอารมณ์แบบนี้ช่วยลดความเครียดได้ดีทีเดียว กล้ามเนื้อที่เคยแข็งตึงจากการเกร็งเครียดโดยไม่รู้ตัวสร้างปัญหาให้คนออฟฟิศมามาก หรือบางคนชอบบำบัดด้วยการนวด ก็เป็นทางออกที่ดีความเครียดปริมาณน้อย ๆ เป็นเรื่องดีของการดำเนินชีวิตให้ก้าวไปข้างหน้า ไม่มีความเครียดเลยชีวิตไม่น่าจะเป็นชีวิต แต่ความเครียดที่มากเกินไปโดยไม่ได้จัดการกับมันให้เหมาะสม ทำร้ายชีวิตคนมามากแล้ว

7 วิธีนี้เป็นเรื่องง่ายในเชิงกายภาพ ทำได้ทันที ไม่ต้องเอาให้ครบเจ็ดหรอกนะ วิธีใดวิธีหนึ่งก็ขจัดเจ้าตัวร้ายออกไปได้แล้วลงมือทำ และคอยดูแลจิตใจตัวเอง โลกมีไว้ให้เหยียบ ไม่ได้มีไว้ให้แบก ขอให้คุณทุกคนโชคดี